ยาเพร็พ (PrEP) กับ เป๊ป (PEP) แตกต่างกันอย่างไร

ยาเพร็พ (PrEP)🌟

ย่อมาจาก (Pre-Exposure Prophylaxis) เป็นยาต้านไวรัสที่นำมาใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนที่จะมีความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือถุงยางขาด หลุดรั่ว ซึ่งยาเพร็พมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีสูงถึง 99%

ยาเพร็พ (PrEP) เหมาะสำหรับใคร?🌟

– ผู้ต้องการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี กินก่อนมีเพศสัมพันธ์ สามารถใช้ได้กับทุกเพศที่ยังมีเพศสัมพันธ์อยู่

– ผู้ที่มีแนวโน้มไม่ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
– ผู้ที่ทำงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี เช่น ชายหรือหญิงที่ให้บริการทางเพศ

การใช้ยาเพร็พมีกี่แบบ?🌟

ยาเพร็พที่ใช้ในปัจจุบันเป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ดรวมที่ประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิดคือ Tenofovir Disoproxil Fumarate (TDF) และ Emtricitabine (FTC)

วิธีการกินยาเพร็พนั้นมี 2 วิธี ได้แก่ 🌟

ยาเพร็พแบบกินทุกวัน (Daily PrEP)🌟

– ทุกเพศสามารถทานได้
– เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ล่วงหน้าได้ เช่น ผู้ที่ให้บริการทางเพศ
– มีประสิทธิภาพสูงสุดหลังจากเริ่มกินยาเพร็พไปแล้ว 7 วัน ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 99.9%
– กินยาวันละ 1 เม็ด เวลาเดิมทุกวัน

ยาเพร็พแบบกินเฉพาะเวลาที่จะมีเพศสัมพันธ์ (On-Demand PrEP)🌟

– สามารถใช้ได้เฉพาะเพศชาย
– ไม่ต้องกินทุกวันเหมือน Daily PrEP
– กินแบบ 2-1-1 คือ กินยาเพร็พ 2 เม็ด ก่อนมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ชั่วโมง และหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์เสร็จเรียบร้อย ให้กินยาพร็พต่ออีก 2 วัน วันละ 1 เม็ดที่เวลาเดิมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี 97-99%

ก่อนเริ่มยาเพร็พ (PrEP) จะมีการตรวจเลือดเพื่อดูความพร้อมในการรับยาเพร็พ🌟

– ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี
– ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
– ตรวจค่าการทำงานของไตก่อนที่จะรับยาเพร็พในครั้งแรก
หากมีผลการตรวจที่ผิดปกติ เช่น พบว่ามีการติดเชื้อเอชไอวี พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือค่าการทำงานไตที่ลดลงมาก จะไม่สามารถใช้ยาเพร็พได้

ยาเพร็พมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?🌟

– อาการคลื่นไส้เล็กน้อยในช่วงแรกที่เริ่มยาเพร็พ (PrEP) โดยอาการจะดีขึ้นหลังจากที่กินยาไปแล้ว 3-5 วัน

ยาเป๊ป (PEP)🌟

ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis หรือที่เรียกกันว่า ยาต้านฉุกเฉิน คือ ยาต้านไวรัสที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังจากที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยฉีกขาด หลุดรั่ว การถูกเข็มฉีดยาตำระหว่างปฏิบัติงาน หรือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งยาเป๊ป (PEP) สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังจากที่มีความเสี่ยงได้สูงถึง 84-89%

ระยะเวลาที่ควรรับยาเป๊ป (PEP)🌟

– ช่วงเวลาในการรับยาเป๊ปคือ ภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แต่จะดีที่สุดคือ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

ก่อนเริ่มยาเป๊ป (PEP) มีขั้นตอนอะไรบ้าง? 🌟

– ผู้ที่สามารถรับยาเป๊ป (PEP) ต้องเป็นผู้ที่มีผลตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV) เป็นลบ ในกรณีที่ผลตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีเป็นบวกจะไม่สามารถรับยาเป๊ปเพื่อป้องกันการติด้เชื้อเอชไอวีได้

ปัจจุบันยาเป๊ป (PEP) มีหลายสูตร แต่ละสูตรมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเท่ากัน แตกต่างกันที่ผลข้างเคียง ซึ่งส่งผลต่อการกินยาให้ครบ 28 วัน กล่าวคือ ถ้าผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงมากจากการกินยาเป๊ป (PEP) จะทำให้ไม่สามารถกินยาได้ครบตามกำหนด ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีลดลง

สูตรยาเป๊ปที่มีผลข้างเคียงน้อย ได้แก่ 🌟

– KOCITAF ประกอบด้วยตัวยา 3 ชนิดคือ Tenofovir Alafenamide Fumarate (TAF), Emtricitabine (FTC) และ Dolutegravir (DTG)
– BIKTAVY ประกอบด้วยตัวยา 3 ชนิดคือ Tenofovir Alafenamide Fumarate (TAF), Emtricitabine (FTC) และ Bictegravir (BIC)
ยาเป๊ปทั้ง 2 ชนิด ส่งผลต่อการทำงานของไตและตับน้อยมาก และไม่จำเป็นต้องกินพร้อมอาหาร หรือกินตอนท้องว่างเหมือนสูตรยาอื่น

ผลข้างเคียงของยาเป๊ป (PEP) 🌟

– อาการคลื่นไส้อาเจียน
– ปวดศีรษะ
– มึนศีรษะ
– นอนไม่หลับ
– อาการส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 3-5 วันแรกหลังจากเริ่มกินยา และจะหายไปภายใน 7 วัน ซึ่งผลข้างเคียงของยาเป๊ปจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นกับสูตรของยาเป๊ป (PEP)

วิธีการกินยาเป๊ป (PEP)🌟

– กินวันละ 1 เม็ด ระยะเวลา 28 วัน

หลังจากกินยาเป๊ป (PEP) ครบแล้วควรทำอย่างไร?🌟

– หลังจากที่กินยาเป๊ปครบ 28 วัน แนะนำให้ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อ HIV (Anti-HIV) 2 ครั้ง ได้แก่ หลังจากที่กินยาเป๊ปครบ 28 วัน และหลังที่มีความเสี่ยงครบ 3 เดือน ช่วงที่กินยาเป๊ปไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อ HIV เพราะอาจเกิดผลเป็นลบ ซึ่งเป็นผลลวงได้

ช่วงที่กินยาเป๊ป (PEP) สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่?🌟

– ผู้ที่กินยาเป๊ปยังสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่นในช่วงที่กินยาเป๊ป

บริการ

1.ตรวจรักษาโรคทั่วไป

โรคผู้ใหญ่ ตา หู คอ จมูก ทางเดินอาหาร ผิวหนัง ภูมิแพ้ โรคกระดูกและข้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเด็ก โรคสตรี วัยทอง โรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เก๊าฑ์

2.ฉีดยา ฉีดวิตามิน ให้น้ำเกลือ

แพทย์จะตรวจวินิจฉัยโรค ประเมินความจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องให้น้ำเกลือในแต่ละราย และจะเลือกใช้ชนิดน้ำเกลือ ความเข้มข้นที่แตกต่างกันตามอาการของโรค ดังนั้นไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไปที่เมื่อเจ็บป่วยแล้วต้องได้รับน้ำเกลือ การได้รับน้ำเกลือมากเกินไปอาจส่งผลเสียตามมาได้

3.บริการตรวจเลือด ปัสสาวะ

Lab คลินิกส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานรับรองระบบคุณภาพ ISO 15189 และ ISO 15190 โดยทีมเทคนิคการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา

4.บริการเย็บแผล ล้างแผล

การเย็บแผล แพทย์จะประเมินความลึกของบาดแผล ก่อนเย็บปฐมพยาบาลเบื้องต้น บริการล้างแผล โดยพยาบาลวิชาชีพ พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและการดูแลแผล

5.ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

บริการตรววจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือโรค STD (Sexually Transmitted Disease) ตามชนิดของเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา เพิ่มเติมคลิ๊ก

ฮีลอัพ คลินิกเวชกรรม

เลขที่ 260/1 ถ.นนทบุรี1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

เปิดบริการเวลา 9.00 -21.00 น.

หยุดทุกวัน พฤหัสบดี